แชร์

รวมช่องทาง shipping นําเข้าสินค้าจากญี่ปุ่น สำหรับเจ้าของธุรกิจและคนทั่วไป

อัพเดทล่าสุด: 27 เม.ย. 2026
21 ผู้เข้าชม

ช่วงหลังๆมานี้ หลายคนเริ่มหันมา shipping นําเข้าสินค้าจากญี่ปุ่นกันมากขึ้น ไม่ว่าจะซื้อมาใช้เอง หรือเจ้าของธุรกิจที่อยากนำสินค้าญี่ปุ่นมาขาย เพราะของญี่ปุ่นขึ้นชื่อเรื่องคุณภาพดี งานเนี๊ยบ และดีไซน์ไม่เหมือนใคร แต่พอจะเริ่มสั่งจริงๆ ก็มักจะมีคำถามเดียวกันคือ

“แล้วควรเลือกshippingญี่ปุ่นแบบไหนดี?”

Salmon express เลยอยากชวนคุณมาทำความรู้จักกับช่องทางshippingนําเข้าสินค้าจากญี่ปุ่น ที่คนส่วนใหญ่นิยมใช้ พร้อมอธิบายให้คุณเห็นภาพเลยว่า…แต่ละแบบเหมาะกับใคร และ มีข้อดี-ข้อจำกัดยังไง เพื่อให้คุณเลือกวิธีที่ตรงกับสไตล์ของตัวเองที่สุด ไม่ว่าคุณจะสั่งใช้เองหรือทำธุรกิจค่ะ

1. ส่งตรงจากเว็บญี่ปุ่น (Direct Shipping) – สะดวก แต่ควรดูรายละเอียดให้ครบ

บางเว็บไซต์ญี่ปุ่น เราสามารถจัดส่งสินค้าเข้ามาไทยได้โดยตรง ซึ่งวิธีนี้เหมาะกับคนที่อยากได้ความง่าย กดซื้อ จ่ายเงิน แล้วรอรับของได้เลย ไม่ต้องติดต่อหลายฝ่าย

แต่สิ่งที่หลายคนที่ไม่รู้ หรือ สั่งของเองครั้งแรก ก็คือ ค่าส่งที่เห็นหน้าเว็บอาจยังไม่ใช่ค่าใช้จ่ายสุดท้าย บางกรณีอาจมีภาษีหรือค่าดำเนินการเพิ่มเติมตอนของเข้าประเทศ รวมถึงหากสินค้าเสียหายหรือไม่ตรงปก การติดต่อเคลมกับร้านญี่ปุ่นถึงจะทำได้ แต่ก็มีความยุ่งยากเช่นกัน

ดังนั้น วิธีนี้จึงเหมาะกับการซื้อมาใช้เองมากกว่าการนำเข้ามาทำธุรกิจในระยะยาว บางท่านอาจเลือกสั่งของไปส่งให้เพื่อนหรือญาติที่อยู่ญี่ปุ่นก่อน แล้วค่อยให้เขาช่วยส่งต่อกลับมาไทยอีกที วิธีนี้อย่างน้อยก็ได้ช่วยเช็กสภาพสินค้าก่อนส่งจริง ลดความเสี่ยงเรื่องของเสียหายไปได้บ้าง แต่ก็ต้องยอมรับว่าไม่ใช่ทุกคนจะมีคนรู้จักอยู่ญี่ปุ่น หรือสะดวกทำวิธีนี้ได้เสมอค่ะ

2. ขนส่งด่วนระหว่างประเทศ (DHL / FedEx) – ได้ของไว แต่ต้นทุนสูง

การใช้ขนส่งด่วนเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์คนที่ต้องการของเร็วมาก เช่น ของขวัญ ของสำคัญ หรือสินค้ามูลค่าสูงที่ไม่อยากให้ค้าง หรือ กระทบกระเทือนระหว่างทาง

ข้อดีคือระยะเวลาขนส่งสั้น มีเลขติดตามชัดเจน และระบบค่อนข้างตรงไปตรงมา แต่แลกมากับค่าขนส่งที่สูงลิ่วววกว่าทุกแบบ และโอกาสเสียภาษีที่ค่อนข้างแน่นอนว่าจะเกิดขึ้นค่ะ

สำหรับเจ้าของธุรกิจ การใช้ช่องทางนี้บ่อยๆอาจทำให้ต้นทุนต่อชิ้นสูงเกินไป จึงเหมาะกับวาระโอกาสพิเศษมากกว่า

3. shipping ญี่ปุ่นทางเครื่องบิน – อีกทางเลือกของร้านค้าออนไลน์

shipping นําเข้าสินค้าจากญี่ปุ่นด้วยเครื่องบินเป็นช่องทางที่ร้านค้าออนไลน์นิยมใช้กันมาก เพราะได้ทั้งความเร็วและความคล่องตัว เหมาะกับสินค้าชิ้นเล็กน้ำหนักเบา เช่น เครื่องสำอาง เสื้อผ้า ฟิกเกอร์

โดยทั่วไป การส่งทางเครื่องบินจะใช้เวลาประมาณ 5-7 วัน สินค้าถึงไทยค่อนข้างไว ลดความเสี่ยงเรื่องสินค้าตกเทรนด์ โดยเฉพาะของที่ขายตามกระแสหรือมีช่วงขายสั้นๆ หากรอของนานเกินไป โอกาสทำกำไรอาจหายไปได้เลย

  • เช่น รองเท้ากีฬาบางรุ่นที่เพิ่งออกใหม่ และมีขายเฉพาะที่ญี่ปุ่นเท่านั้น! ช่วงแรกความต้องการจะสูงมาก ถ้าส่งช้า ลูกค้าอาจไปหาซื้อจากร้านพรีเจ้าอื่น หรือ ถ้าส่งเรือ สุดท้ายของที่สั่งมาก็อาจกลายเป็นของใกล้ตกซีซันไปแล้ว

ในแง่ต้นทุน ค่าขนส่งทางเครื่องบินจะสูงกว่าทางเรือประมาณ 3-4 เท่า หรือคิดเป็นสัดส่วนคร่าว ๆ ประมาณ 60-70% ของต้นทุนขนส่งที่เพิ่มขึ้น แต่ถ้ามองในมุมธุรกิจ สินค้าที่ขายได้ไว ตั้งราคาขายได้ดี และหมุนรอบการขายเร็ว ต้นทุนที่สูงขึ้นตรงนี้ก็มักจะถูกชดเชยด้วยยอดขายและกระแสเงินสดที่ไหลกลับมาเร็วกว่า

สรุปคือ หากคุณขายของที่ “เวลา” สำคัญพอ ๆ กับ “ราคา” การเลือก shipping นําเข้าสินค้าจากญี่ปุ่นด้วยเครื่องบินก็ถือเป็นตัวเลือกที่อาจจะตอบโจทย์ได้

4. shipping ญี่ปุ่นทางเรือ – เหมาะกับคนที่วางแผนเป็น

การส่งทางเรือเหมาะกับการสั่งสินค้าปริมาณมากไม่รีบใช้ หรือของชิ้นใหญ่ เช่น ของตกแต่งบ้าน เฟอร์นิเจอร์ หรือการสั่งสต็อกเข้าร้าน แม้จะใช้เวลานานกว่าการส่งทางเครื่องบิน แต่ข้อดีคือค่าขนส่งต่อกิโลถูกกว่ามาก และยิ่งรวมออเดอร์หลายชิ้นเข้าด้วยกัน ต้นทุนต่อชิ้นก็จะยิ่งลดลงอย่างเห็นได้ชัด

  • เช่น ขนมญี่ปุ่นที่ขายดีใน marketplace สินค้ากลุ่มนี้มักตั้งราคาขายได้ไม่สูงมาก และมีกำไรต่อชิ้นค่อนข้างบางอยู่แล้ว หากเลือกส่งทางเครื่องบิน ต้นทุนค่าขนส่งที่สูงขึ้นอาจทำให้กำไรแทบไม่เหลือ หรือบางครั้งอาจต้องขายชนราคากับเจ้าอื่นจนไม่คุ้มเลย

แต่ถ้าเปลี่ยนมาวางแผนสั่งทีละล็อตใหญ่ ส่งทางเรือ รอของได้นานขึ้นอีกนิด ต้นทุนต่อชิ้นจะลดลงทันที ทำให้ยังเหลือกำไร และสามารถตั้งราคาขายแข่งขันในตลาดได้สบายกว่า

ช่องทางนี้จึงเหมาะกับเจ้าของธุรกิจที่รู้รอบการขายของตัวเอง วางแผนล่วงหน้าได้ และไม่ได้จำเป็นต้องรีบขายทันที แต่เน้นความคุ้มค่าในระยะยาวมากกว่าค่ะ

บริการ shipping ญี่ปุ่นแบบครบวงจร พร้อม 5 ขั้นตอนฝากสั่งซื้อกับ SALMON EXPRESS

shipping นําเข้าสินค้าจากญี่ปุ่นอาจจะฟังดูเรื่องยุ่งยากสำหรับหลายคน ทั้งเรื่องภาษา ขั้นตอนการสั่งซื้อ การชำระเงิน ค่าขนส่ง ภาษี และการจัดส่งถึงหน้าบ้าน ความซับซ้อนเหล่านี้ทำให้ทั้งมือใหม่และเจ้าของธุรกิจจำนวนมาก เลือกใช้บริการ shipping ญี่ปุ่นแบบครบวงจรของ SALMON EXPRESS เพื่อให้ทุกอย่างง่ายขึ้น

5 ขั้นตอนฝากสั่งซื้อสินค้าจากญี่ปุ่นกับ SALMON EXPRESS

  • แจ้งสินค้าที่ต้องการ
    ส่งลิงก์หรือรายละเอียดสินค้า เช่น ชื่อสินค้า สี ขนาด และจำนวน (มีรูปแนบจะช่วยให้เช็กได้ตรงขึ้น)
  • ประเมินราคาให้ครบก่อนสั่ง
    ทีมงานตรวจสอบสินค้าและสรุปค่าใช้จ่ายทั้งหมดให้ทราบล่วงหน้า ทั้งค่าสินค้า ค่าส่งในญี่ปุ่น ค่าบริการ ค่าขนส่งมาไทย และภาษี 
  • ชำระเงินตามยอดที่แจ้ง
    เมื่อตกลงสั่งซื้อ สามารถชำระเงินผ่านช่องทางที่สะดวก ปลอดภัย และชัดเจน
  • ดำเนินการสั่งซื้อและจัดส่ง
    ทีมงานสั่งซื้อ รับสินค้าเข้าคลัง และจัดส่งมายังประเทศไทย พร้อมแจ้งเลขติดตามให้เช็กสถานะได้ตลอด
  • ตรวจรับสินค้า
    เมื่อได้รับของแล้ว ตรวจสอบสินค้าได้ทันที หากมีปัญหา ทีมงานพร้อมดูแลและช่วยประสานให้ค่ะ

ติดต่อ นำเข้าสินค้าจากญี่ปุ่นกับเราได้ที่
LINE : @salmon_express


บทความที่เกี่ยวข้อง
ใช้บริการ Shipping นำเข้าสินค้าดีอย่างไร
การใช้บริการ Shipping หรือนำเข้าสินค้าผ่านบริษัทขนส่งมืออาชีพมีข้อดีหลายประการ โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่ไม่มีประสบการณ์ในการนำเข้าสินค้าหรือผู้ที่ต้องการลดความยุ่งยากในกระบวนการนำเข้า ข้อดีของการใช้บริการ Shipping นำเข้าสินค้า
10 ก.ย. 2024
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy