แชร์

Shipping จากญี่ปุ่นสำหรับพ่อค้าแม่ค้า เคล็ดลับนำเข้าสินค้าให้กำไรสูงสุด

อัพเดทล่าสุด: 4 ส.ค. 2026
68 ผู้เข้าชม
Shipping จากญี่ปุ่น

ขายของออนไลน์มาสักพัก แล้วเริ่มอยากหาสินค้าที่ "แตกต่าง" จากคู่แข่ง? อยากจะบอกว่าสินค้าญี่ปุ่นคือคำตอบที่พ่อค้าแม่ค้าหลายคนเลือกกันค่ะ  เพราะคุณภาพดี งานละเอียด และคนไทยให้ความเชื่อถือสูง

แต่การจะนำเข้าให้ได้กำไรจริงๆ ไม่ใช่แค่สั่งของมาขายแล้วบวกราคา มันมีเทคนิคและรายละเอียดที่รู้กันค่ะ! ไม่ต้องกลัวเอ้าท์ ทีม Salmon Express รวบรวมเคล็ดลับshipping จากญี่ปุ่นสำหรับคนทำธุรกิจไว้ให้ครบ มาดูกันเลย!

ทำไมสินค้าญี่ปุ่นถึงขายดีในไทย

ก่อนจะลงลึกเรื่องเทคนิค มาเข้าใจกันก่อนว่าทำไมตลาดสินค้าญี่ปุ่นถึงน่าทำ
คนไทยมองว่าของญี่ปุ่น = คุณภาพและความน่าเชื่อถือ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องสำอาง สกินแคร์ ของใช้ในบ้าน ของเล่น ฟิกเกอร์ หรือแฟชั่น ล้วนมีฐานลูกค้าที่พร้อมจ่าย แถมสินค้าหลายอย่างยัง หาซื้อในไทยไม่ได้ ทำให้คุณตั้งราคาได้ดีโดยไม่ต้องแข่งราคากับใคร
นี่คือจุดที่กำไรเกิดขึ้น เพราะ ขายของที่คนอื่นไม่มี หรือ นับว่าหายากในไทยค่ะ

เคล็ดลับที่ 1: เลือกสินค้าที่ "กำไรต่อน้ำหนัก" สูง

นี่คือหัวใจสำคัญที่สุดของการนำเข้าทางเครื่องบิน เพราะshipping ของจากญี่ปุ่นทางแอร์คิดตามน้ำหนัก (ประมาณ 690 บาท/กก.) ลองคิดง่ายๆ ว่าของชิ้นไหน "เบาแต่ขายได้ราคา" นั่นแหละคือของที่ทำกำไรดี

ตัวอย่างสินค้ากำไรต่อน้ำหนักสูง:
เครื่องสำอาง สกินแคร์ขนาดเล็ก น้ำหอมตัวอย่าง อุปกรณ์เครื่องเขียนแบรนด์ดัง เครื่องประดับ การ์ดสะสม และฟิกเกอร์ขนาดเล็ก ของพวกนี้เบามาก แต่ขายได้ราคาดี
ส่วนของที่ควรระวัง คือของหนักแต่ราคาขายไม่สูง เช่น ของใช้ในครัวที่เป็นเหล็ก หรือเครื่องดื่ม เพราะค่าส่งจะกินกำไรหมด — ถ้าจะสั่งของพวกนี้ ควรเลือกส่งทางเรือแทน (250 บาท/กก.)

เคล็ดลับที่ 2: เข้าใจโครงสร้างต้นทุนทั้งหมด

พ่อค้าแม่ค้ามือใหม่มักคำนวณกำไรผิด เพราะลืมต้นทุนบางตัว ต้นทุนจริงของการนำเข้ามีดังนี้

ราคาสินค้า + ค่าส่งในญี่ปุ่น + ค่าบริการสั่งซื้อ (ถ้าใช้ตัวแทน) + ค่าชิปปิ้งมาไทย + ค่าภาษีศุลกากร (ถ้ามี)

ตัวอย่างคำนวณ:
สั่งสกินแคร์ราคา 2,000 เยน น้ำหนัก 0.25 กก.
> ราคาสินค้า = 2,000 × 0.285 = 570 บาท
> ค่าแอร์ = 0.25 × 690 = 173 บาท
> รวมต้นทุน ≈ 743 บาท (ยังไม่รวมค่าส่งในญี่ปุ่น)
ถ้าตั้งราคาขาย 1,290 บาท กำไรประมาณ 500 บาท/ชิ้น

เคล็ดลับ: ใช้บริการที่มีอัตราแลกเปลี่ยนคงที่ เช่น อย่างของเรา Salmon Express ที่ล็อกเรทไว้ที่ 0.285 บาท/เยน จะช่วยให้คำนวณต้นทุนล่วงหน้าได้แม่นยำ ตั้งราคาขายได้มั่นใจ ไม่โดนเรทผันผวนกินกำไร

เคล็ดลับที่ 3: รวมออเดอร์เพื่อลดค่าส่งต่อชิ้น

นี่คือเทคนิคที่ทำให้กำไรเพิ่มทันที พ่อค้าแม่ค้าที่เก่งจะไม่สั่งของทีละชิ้น แต่จะ รวมหลายออเดอร์มาส่งในรอบเดียว

เพราะค่าส่งคิดตามน้ำหนักรวม ยิ่งสั่งเยอะ ต้นทุนค่าส่งต่อชิ้นยิ่งถูกลง ที่ Salmon Express เรามีบริการรวมพัสดุในโกดังญี่ปุ่นก่อนส่งมาไทย ช่วยลดต้นทุนตรงนี้ได้มาก

เคล็ดลับที่ 4: เลือกวิธีขนส่งให้เหมาะกับสินค้า

ไม่ใช่ทุกอย่างต้องส่งทางแอร์ การเลือกให้ถูกช่วยประหยัดได้เยอะ

ส่งทางเครื่องบิน (690 บาท/กก., 5-7 วัน)
เหมาะกับของขายดีที่ต้องเติมสต็อกเร็ว ของเทรนด์ที่ต้องรีบปล่อย หรือสินค้าที่ลูกค้าสั่งจองไว้

ส่งทางเรือ (250 บาท/กก., 3-5 สัปดาห์)
เหมาะกับการสต็อกสินค้าล็อตใหญ่ ของหนัก หรือของที่ไม่ได้รีบขาย วางแผนล่วงหน้าได้

กลยุทธ์ที่ดี คือผสมทั้งสองแบบ เพราะ ของขายดีส่งแอร์เพื่อไม่ให้ของขาด ส่วนสต็อกสำรองส่งทางเรือเพื่อกดต้นทุน

เคล็ดลับที่ 5: เลือกตัวแทนชิปปิ้งที่ไว้ใจได้

สำหรับคนทำธุรกิจ ตัวแทนชิปปิ้งที่ดีคือพาร์ทเนอร์ที่ทำให้ชีวิตง่ายขึ้น ควรเลือกที่มีคุณสมบัติเหล่านี้
โปร่งใสเรื่องราคา แจ้งยอดครบก่อนยืนยัน ไม่มีค่าใช้จ่ายแอบแฝง
ช่วยสั่งของแทน เพราะร้านญี่ปุ่นส่วนใหญ่ไม่รับบัตรไทย ตัวแทนที่ช่วยสั่งและจ่ายแทนได้ จะช่วยประหยัดเวลามาก
ดูแลเอกสารศุลกากร เรื่องภาษีและพิธีการนำเข้าค่อนข้างยุ่งยาก ตัวแทนที่จัดการให้ครบช่วยลดความเสี่ยงได้เยอะ
มีทีมตอบไว *สำคัญมากๆ* สำหรับธุรกิจ เพราะ เวลาคือเงิน ตัวแทนที่ติดตามสถานะและตอบคำถามได้ตลอด 
Salmon Express เป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์ตรงนี้ เพราะ เราให้บริการครบวงจร ตั้งแต่ค้นหาสินค้า สั่งซื้อ ชำระเงินแทน ไปจนถึงเคลียร์ภาษีและส่งถึงหน้าร้าน เหมาะทั้งมือใหม่และท่านที่สนใจสั่งเป็นล็อตค่ะ

เคล็ดลับที่ 6: ระวังสินค้าต้องห้ามและภาษี

ก่อนสั่งของล็อตใหญ่ ควรเช็กให้ดีว่าสินค้านั้นนำเข้าได้หรือไม่ บางอย่าง เช่น อาหาร ยา เครื่องสำอางบางประเภท หรือสินค้าที่มีแบรนด์ลิขสิทธิ์ อาจต้องมีเอกสารพิเศษ หรือเสียภาษีนำเข้า

การคำนวณภาษีไว้ในต้นทุนตั้งแต่แรก จะช่วยให้ไม่ขาดทุนทีหลัง  แนะนำปรึกษาทีมงานชิปปิ้งก่อนสั่งทุกครั้ง

นำเข้าให้ได้กำไรต้องวางแผน

การทำธุรกิจนำเข้าสินค้าญี่ปุ่นให้ได้กำไรสูงสุด ไม่ได้อยู่ที่การสั่งของถูกอย่างเดียว แต่อยู่ที่การ เลือกสินค้าที่กำไรต่อน้ำหนักสูง เข้าใจต้นทุนจริง รวมออเดอร์ เลือกวิธีส่งให้เหมาะ และมีพาร์ทเนอร์ชิปปิ้งที่ไว้ใจได้
ถ้าวางแผนดีตั้งแต่ต้น การshipping จากญี่ปุ่น จะกลายเป็นช่องทางทำกำไรที่ยั่งยืนของร้านคุณ

อยากเริ่มต้นนำเข้าสินค้าญี่ปุ่นแบบมืออาชีพ ปรึกษา Salmon Express ฟรี ไม่มีขั้นต่ำ พร้อมช่วยคุณสร้างกำไรตั้งแต่ออเดอร์แรกเลยค่ะ  

ติดต่อนำเข้าจากญี่ปุ่นกับเราได้ที่ 

LINE: @salmon_express


บทความที่เกี่ยวข้อง
ขนส่งญี่ปุ่นกลับไทย: เลือกเส้นทางสู่บ้านอย่างไรให้คุ้มค่า? เจาะลึกทุกแง่มุมเพื่อการตัดสินใจที่ชาญฉลาด
การช้อปปิ้งสินค้าจากญี่ปุ่นได้กลายเป็นกิจกรรมยอดฮิตของคนไทย ไม่ว่าจะเป็นเครื่องสำอาง เสื้อผ้า หรือของเล่นหายาก แต่เมื่อได้ของถูกใจแล้ว ปัญหาที่ตามมาคือจะส่งกลับไทยอย่างไรให้คุ้มค่าและปลอดภัยที่สุด? บทความนี้จะพาคุณไปสำรวจทางเลือกในการขนส่งสินค้าจากญี่ปุ่นกลับไทย พร้อมเปรียบเทียบข้อดีข้อเสียอย่างละเอียด เพื่อให้คุณตัดสินใจได้อย่างมั่นใจ
11 ก.ย. 2024
เจาะลึกการเปรียบเทียบบริการขนส่งพัสดุในญี่ปุ่น: เลือกผู้ให้บริการอย่างไรให้ คุ้มค่า และ ตรงใจ ที่สุด
ประเทศญี่ปุ่นมีชื่อเสียงในด้านระบบขนส่งที่มีประสิทธิภาพสูง และบริการขนส่งพัสดุภายในประเทศก็เป็นหนึ่งในนั้น ด้วยตัวเลือกที่หลากหลาย ทั้งจากภาครัฐและเอกชน การเลือกผู้ให้บริการที่เหมาะสมที่สุดจึงอาจเป็นเรื่องที่ต้องพิจารณาอย่างถี่ถ้วน บทความนี้จะพาคุณเจาะลึกการเปรียบเทียบผู้ให้บริการขนส่งพัสดุหลักๆ ในญี่ปุ่น พร้อมปัจจัยที่ควรพิจารณา เพื่อให้คุณสามารถเลือกใช้บริการที่ตอบโจทย์ความต้องการของคุณได้อย่างแท้จริง
11 ก.ย. 2024
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy